แฉ!สันดาน’ทักษิณ’จอมทรยศ-หักหลัง-เนรคุณ’ลุงหมัก’ป่วยไม่เคยโทร-เยี่ยม

แฉ!สันดาน’ทักษิณ’จอมทรยศ-หักหลัง-เนรคุณ’ลุงหมัก’ป่วยไม่เคยโทร-เยี่ยม

จากประชาทรรศ์

คนใกล้ชิด’สมัคร สุนทรเวช’เดือด!แฉธาตุแท้’แม้ว’คนทรยศ-หักหลัง-อกตัญญู!แม้ตอนป่วยไข้ยังเคย ไม่เคยโทรศัพท์ถามอาการหรือส่งตัวแทนมาเยี่ยมเยียน ไม่เคยถามสารทุกข์สุกดิบใจจืด-ใจดำ ทำเหมือนคนไม่รู้จัก
นายชัยสิทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ คนใกล้ชิดนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของนายสมัครที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาใหญ่กัมพูชา ก่อนจะเสียชีวิตว่า นายสมัครไม่เคยพูดตรงๆ ว่าหมายถึงใคร แต่เป็นที่เข้าใจกันว่า เป็นการตัดพ้อและน้อยใจพ.ต.ท.ทักษิณ ในลักษณะที่ว่า เมื่อไม่ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ก็เหมือนกับการถูกทรยศหักหลัง และนับตั้งแต่นั้นมา พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยติดต่อมาเลย ไม่เคยโทร.หาเหมือนตัดญาติขาดมิตรกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นแบบนี้

“ขนาดเวลาป่วยเขายังไม่สนใจ ไม่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเลย ทำเหมือนคนไม่รู้จัก ตัดขาดมิตรกัน จะใจจืดใจดำไปหน่อยไหม”นายชัยสิทธิ์กล่าวย้ำถึงคำพูดของนายสมัครที่เคยพูด ถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายชัยสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่นายสมัครป่วย โดยมีตนไปเฝ้าไข้นั้น ยังไม่เคยเห็นของเยี่ยมหรือตัวแทนจากพ.ต.ท.ทักษิณ และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากพ.ต.ท.ทักษิณเลย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ในคอลัมน์ “ปิดไม่ลับ” ในหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 ก.ย. 2552 เรื่อง “ เสียใจ” มีความตอนหนึ่งว่า “การหักหลังกันทางการเมืองหนนั้น ทำให้สมัครรู้สึก

เจ็บปวดที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ทำใจเพราะอาการเจ็บป่วยทางกาย จึงต้องละจากการเมืองโดยเด็ดขาด

แต่สิ่งหนึ่งที่คนสนิทที่เข้าไปเยี่ยมเยียนเปรยให้หลายๆคนฟังว่า สมัครเคยพูดให้ฟังว่า ทุกวันนี้ยังมีสิ่งที่เสียใจมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือตั้งแต่หลุดออกจากเก้าอี้นายกฯ และมีโรคภัยเข้ารุมเร้า เป็นข่าวใหญ่มานานกว่า 1 ปี ยังไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากคนชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลยสักครั้งเดียว”

แต่แตกต่างกับคอลัมนิสต์ชื่อดัง’พญาไม้’หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ ลงฉบับวันที่ 25 พ.ย.2552 ที่ได้บิดเบือนข้อเท็จจริงโดยอ้างว่า “หลังจากที่นายสมัคร ต้องพักรักษาตัว นั้นทางพ.ต.ท.ทักษิณ ให้การดูแลคอยส่งคนมาเยี่ยมเยือนอย่างเสมอ จนนายสมัครเองยังนึกไม่ถึงว่า จะได้รับการดูแลขนาดนั้น จึงได้มีการฝากความระลึกถึง ฝากความผูกพันและห่วงใยไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวด้วยเช่นกันว่าต่างก็เห็นใจกัน ดูแลกันในยามยากผิดกับคนบางคนที่เข้ามาแฝงใบบุญนายสมัครจนกระทั่งร่ำรวย มีรถยนต์หรูหราไม่รู้กี่คันต่อกี่คัน กี่สีต่อกี่สี หรือบางคนก็มีมีโปรเจคท์ใหญ่ที่ได้มาจากการอ้างคอนเนกชั่น อ้างความใกล้ชิดนายสมัครแต่คนเหล่านั้นในยามยุติบทบาททางการเมือง ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย กลับไม่ได้มีการเยี่ยมเยือนเลย”

ที่มา: http://www.prachatouch.co.th/web/news_detail.asp?id=6598

____________________________________________________________________

บทความพญาไม้

สัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง สมัคร–ทักษิณ

วันจันทร์ที่ 21 September พ.ศ.2552 16:54 นความ สัมพันธ์ระหว่างคนๆ หนึ่งกับคนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่บ่อยครั้งคนที่ยืนมองเพียงแค่ภายนอก ไม่มีวันที่จะเข้าใจ เพราะเรื่องของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนั้นมีหลายมิติยิ่งหากเป็นบุคคลระดับ วิญญูชนที่แท้จริงแล้ว คนธรรมดายากที่จะเข้าถึงแก่นแห่งความสัมพันธ์ได้เลยกับเพื่อนแท้บางกรณี ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดไม่จำเป็นต้องมีสิ่งฉาบทา แต่มิตรภาพก็จะเข้าใจในมิตรภาพได้ แม้เพียงสายตาที่ส่งให้กัน และใจที่เชื่อมโยงถึงกันโกวเล้ง มังกรโบราณ ถึงได้บอกว่า กับมิตรแท้ขอเพียงแค่มันมา ไม่ต้องเอ่ยวาจาแม้สักคำ เราก็อุ่นใจแล้วว่า หากมีอันใดเกิดขึ้นมันจะอยู่เคียงข้างเราแม้จะต้องหลั่งโลหิตชะโลมกายมันก็ จะไม่มีถอยแม้สักก้าวแต่กับคนรอบข้าง ที่พร่ำว่าจงรักภักดีโดยลมปาก ยากที่จะฝากชีวิตไว้ได้ เพราะถึงเวลาคนเหล่านี้มักหายหัวไปอย่างรวดเร็วยิ่งลมพัดเสียอีกแน่นอนว่า คนธรรมดาพื้นๆ ย่อมยากจะเข้าใจแต่สำหรับมังกรการเมืองอย่างนายสมัคร สุนทรเวชผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านมิตรแท้มิตรเทียมหรือแม้กระทั้งเห็บเหาทางการ เมืองที่มาเกาะหวังแค่เศษผลประโยชน์ในสมัยที่นายสมัครรุ่งเรืองนั้นหัวหน้า สมัครผ่านมาอย่างโชกโชน และลึกซึ้งมากสำหรับคนๆ นี้ดังนั้นแม้วันนี้จะต้องลมแรง

ทางการเมืองประจวบกับอยู่ในช่วงของการพักรักษาตัวจากปัญหาสุขภาพจากอาการ เจ็บไข้ได้ป่วยแวดล้อมอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีฝีมือ นี่คือความสุขแล้วการแวะเวียนมาเยี่ยมของบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย ถือเป็นเรื่องปกติของคนระดับนี้ แต่ในสถานการณ์แตกแยกทางการเมืองเช่นนี้ คนบางคนแม้จะอยากมาเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถที่จะมาเยี่ยมได้ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมาอย่างเช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น เพราะหากมาก็จะเกิดประเด็นทางการเมืองมารบกวนนายสมัครอีก สิ่งที่ทำได้ก็อย่างที่โกวเล้งบอก แม้ไม่มีคำพูดต่อกันเพียงสักคำ แต่นั่นจะแปลกอะไร เพราะมิตรภาพที่แท้จริงนั้นลึกซึ้งและยิ่งใหญ่กว่าคำพูดมากมายนักกระนั้นก็ ยังมีคนที่ไม่เข้าใจ อาจจะเพราะพรรษาไม่ถึง หรือในชีวิตยังไม่เคยลิ้มรสที่แท้จริงของคำว่ามิตรภาพแห่งมิตรจากใครเลยสัก คนเดียว ก็เลยมองเห็นได้แต่กระพี้ ว่าเอ๊ะทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่โทร.มาเยี่ยมเยียนเลย ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบขืนมาเยี่ยมหรือโฟนอินเข้ามา นายสมัครก็งานเข้าไม่ได้พักผ่อนกันพอดีที่สำคัญหารู้ไม่ว่าใจถึงใจตลอด ห่วงใยตลอด แต่ไม่อยากรบกวนให้เกิดประเด็นการเมือง แถมยังส่งคนใกล้ชิดสนิทแนบแน่นแวะเวียนมาไต่ถามทั้งอาการ และสิ่งที่ประสงค์หรือปรารถนาอยู่ตลอดไม่ได้ขาดเพียงแต่มิตรภาพที่ลึกซึ้ง แบบนี้ไม่จำเป็นต้องประกาศรู้เอาไว้ด้วยเด็กน้อยเอ๋ย ■

_____________________________________________________________________

สมัคร สุนทรเวช เสน่ห์สีสันการเมืองไทย

วันอังคารที่ 24 November พ.ศ.2552 18:44 นปิด ฉากชีวิตนักการเมืองดาวสภาหลังจากที่รักษาตัวมาระยะหนึ่ง สุดท้ายอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของเมืองไทย ก็ถึงแก่อนิจกรรมโดยสงบ ถือเป็นเส้นทางชีวิตของคนการเมืองที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง นายสมัครนั้นให้ความรักความผูกพันและเกรงใจภริยา คือคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช เป็นอย่างมาก ทำให้หลายต่อหลายครั้ง มีคนที่พยายามเข้ามาใกล้ชิดนายสมัครใช้แง่มุมมนี้เป็นจุดอ่อนอย่างเช่นคนบาง คนเข้ามาใกล้ชิด เพื่อหวังก้าวไปสู่ผลประโยชน์ต่างๆ นาๆ ในทางการเมือง ก็มาทำตัวเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ผ่านเข้ามาทางสายของหลานชายคุณหญิงสุรัตน์แต่สุดท้ายนายสมัครถึงกับออกปาก ว่า เป็นคนที่ใช้ไม่ได้อย่างมาก เป็นคนที่ไม่รู้สำนึกในบุญคุณเลยแม้แต่น้อย

ในความเชื่อทางพุทธศาสนา สัตว์โลกทั้งหลาย ย่อมมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นี่คือความจริงแห่งชีวิตดังนั้นด้วยหลักของพุทธศา นา จึงสอนให้คนเราเข้าใจชีวิตสัพเพ สัตตา… สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้นอะเวรา โหนตุ… จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย ก็ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยวัย 74 ปีปิดฉากชีวิต และสีสันบนถนนการเมืองของไทยลงโดยสิ้นเชิง สำหรับการเจ็บป่วยจนกระทั่งนำไปสู่การถึงแก่กรรม

นั้น นายสมัครได้รับรู้อาการป่วยมาก่อนแล้ว โดยได้มีการเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ เมื่อเห็นว่าอาการดีขึ้นบ้างจึงได้เดินทางกลับมาประเทศไทยและพักฟื้นอยู่ที่ บ้าน หลักงจากนั้นก็ได้เข้าพักรักษาตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยโรคมะเร็งตับ กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมในที่สุด ซึ่งทางญาติจัดบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันนี้ (25 พ.ย.)นายสมัคร ถือเป็น “สีสันคนการเมือง” ที่โดด

เด่นคนหนึ่งของถนนนักการเมืองไทย ประวัติชีวิตของนายสมัครต้องถือว่าไม่ธรรมดา บิดาคือ เสวกเอกพระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) มารดาคือ คุณหญิง บำรุงราชบริพาร เป็นหลานลุงของ มหาเสวกตรี พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) นายแพทย์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นหลานตาของมหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) จิตรกรประจำสำนักเป็นศิษย์เก่า โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียน

อัสสัมชัญพาณิชย์ แล้วไปจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังศึกษาเพิ่มเติมได้ประกาศนียบัตรวิชามัคคุเทศก์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังไปเรียนที่ BRYANMT & STRATION INSTITUTE ชิคาโก สหรัฐอเมริกาด้วยนายสมัครถือเป็นคนหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง จากจุดเริ่มต้นที่เขียนบทความและความคิดเห็นทางการเมือง ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ และชาวกรุง รวมทั้งได้มีการทำหนังสือพิมพ์เป็นของ

ตนเองขึ้นมา 1 ฉบับ คือหนังสือพิมพ์เดลิมิเรอร์ ที่ก็ต้องถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีประวัติโชกโชนอย่างยิ่งในแวดวงหนังสือ พิมพ์เมืองไทยขณะเดียวกันการก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง เมื่อปี 2511 โดยสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างตำนานดาวเด่นนักการเมือง ระดับดาวสภา ขึ้นมาด้วยเช่นกันเพราะไม่เพียงเป็นดาวสภาในการพูด แต่ยังเป็นนักการเมืองที่ตั้งพรรคการเมือง คือ พรรคประชากรไทย ขึ้นมาจนยุคหนึ่งต้องถือว่าประสบความสำเร็จ

อย่างสูง เพราะกวาดที่นั่งในกรุงเทพฯ เกือบหมดเกลี้ยงที่สำคัญการลงชิงชัยในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหา นคร นายสมัครได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น คือ 1,016,096 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเสียงมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานครมาเลยทีเดียวนายสมัครนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีมามาก มายหลายกระทรวง แต่ตำแหน่งที่สูงที่สุดก็คือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทยซึ่งแม้จะเป็น

ตำแหน่งเกียรติยศทางการเมืองที่สูงที่สุดของนักการเมืองคนหนึ่งที่จะไต่ เต้าขึ้นไปได้ แต่การขึ้นไปในจังหวะที่สังคมไทยเป็นจังหวะของการแตกแยกแบ่งขั้ว และทำลายล้างกันทางการเมืองอย่างรุนแรง หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมาการขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของนายสมัครจึงผจญกับแรงเสียดทานอย่าง หนักมากที่สุดเพียงเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เห็นว่านายสมัครเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

เนื่องจากนายสมัครมีภาพของความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างเต็มเปี่ยม รวมทั้งนายสมัคร เป็นบุคคลคนเดียวที่กล้าต่อกรกับ “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ตามนิยามของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือ “อีแอบผมขาว” ในนิยามของนายสมัครการกล้าพูด และพูดอย่างเชื่อมั่น จึงทำให้นายสมัครกลายเป็นเป้าของการทำลายทางการเมืองไปด้วย โดยใช้ข้อกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของพ.ต.ท.ทักษิณซึ่งได้ผลอย่างมาก เพราะกลุ่มพันธมิตร ซึ่งต้องการเช็คบิล พ.ต.ท.ทักษิณให้สิ้นซากไปจาก

ถนนการเมืองไทยให้ได้ ก็ขานรับข้อกล่าวหานอมินีนั้น และเดินหน้าถล่มนายสมัครอย่างไม่ยั้งสารพัดเรื่อง สารพัดข้อกล่าวหา ปะทุและพุ่งเข้าใส่นายสมัครเหมือนดอกเห็ดยามหน้าฝน ที่ฉกาจฉกรรจ์ที่สุด คือกรณีที่นายสมัครลงนามใน MOU สัญญาจัดซื้อรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทในวันสุดท้ายก่อนที่จะพ้นตำแหน่งทำให้นายสมัครถูกคณะกรรมการตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) สอบสวนในเวลาต่อมาและถูก

แจ้งข้อกล่าวว่า ทุจริตในการจัดซื้อรถดับเพลิงทั้งๆ ที่นายสมัครเพียงแต่ลงนามใน MOU เท่านั้น ไม่ได้มีการทำสัญญาฉบับจริง ซึ่งคนทำสัญญาคือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.คนถัดมาแต่เมื่อคดีฉกาจฉกรรจ์ที่หวังไว้ไม่สามารถที่จะสอยนายสมัครลงจาก เก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ สุดท้ายก็ต้องใช้คดี “ชิมไป บ่นไป” สอยนายสมัครจนร่วงจากเก้าอี้นายกฯ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของกฎหมายเกิดขึ้นตามมาอย่างมากมายและต้อง พ้นจากการเป็นนายก

รัฐมนตรีคนที่ 25 ไปในระยะเวลาไม่ถึงปีนั่นคือสีสันบนถนการเมืองของคนชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” ที่เชื่อว่า คงจะหา “สมัคร” คนที่ 2 หรือหานักการเมืองคนใดมาเทียบเคียงได้ยากแน่ๆเพราะเป็นที่ชีวิตที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน และผ่านผู้คนมาหลากหลายรูปแบบนายสมัครนั้นให้ความรักความผูกพันและเกรงใจ ภริยา คือคุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช เป็นอย่างมาก ทำให้หลายต่อหลายครั้ง มีคนที่พยายามเข้ามาใกล้ชิดนายสมัครใช้แง่มุมมนี้เป็นจุดอ่อนอย่างเช่นคน

บางคนเข้ามาใกล้ชิด เพื่อหวังก้าวไปสู่ผลประโยชน์ต่างๆ นาๆ ในทางการเมือง ก็มาทำตัวเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ผ่านเข้ามาทางสายของหลานชายคุณหญิงสุรัตน์ซึ่งนายสมัครก็ให้ความเอ็นดู เกื้อหนุน แต่สุดท้ายบางคนกลับเป็นคนที่นายสมัครถึงกับออกปากว่า เป็นคนที่ใช้ไม่ได้อย่างมาก เป็นคนที่ไม่รู้สำนึกในบุญคุณเลยแม้แต่น้อยเพราะหลังจากที่ต้องพักรักษาตัว และทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้การดูแลคอยส่งคนมาเยี่ยมเยือนอย่างสม่ำเสมอ จนนายสมัครเองยังนึกไม่ถึงว่า

จะได้รับการดูแลขนาดนั้น จึงได้มีการฝากความระลึกถึง ฝากความผูกพันและห่วงใยไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวด้วยเช่นกันว่าต่างก็เห็นใจกัน ดูแลกันในยามยากผิดกับคนบางคน ที่เข้ามาแฝงใบบุญนายสมัครจนกระทั่งร่ำรวย มีรถยนต์หรูหราไม่รู้กี่คันต่อกี่คัน กี่สีต่อกี่สี หรือบางคนก็มีโปรเจคท์ใหญ่ที่ได้มาจากการอ้างคอนเนกชั่น อ้างความใกล้ชิดนายสมัครแต่คนเหล่านั้นในยามยุติบทบาททางการเมือง ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย กลับไม่ได้มีการมาเยี่ยมเยือนเลยแม้แต่

น้อยซึ่งเมื่อคนที่มาเยี่ยมนายสมัคร ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังคงผูกพัน หรือคนที่มาเยี่ยมเยียนแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ต่างล้วนประหลาดใจที่ได้รับคำตอบตรงกัน เมื่อถามว่านายคนนั้น นายคนโน้น มาเยี่ยมบ้างหรือไม่นายสมัคร จะตอบชัดเจนเลยว่า “อย่าไปพูดถึงมันเลย” คนแบบนั้นหวังแต่ผลประโยชน์ จนลืมความเป็นคนดีไปแล้วว่าเป็นอย่างไร จึงไม่เคยที่จะโผล่หัวมาเยี่ยมแม้แต่สักครั้งแต่กลับไปเอ่ยอ้างภายนอกว่า มาเยี่ยมอยู่เป็นระยะๆเล่นเอาคนที่ได้ยินนายสมัครพูด ถึงกับ

อึ้งไปเหมือนกัน ว่าคนเราเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรือในขณะที่คนหลายคนก็ยังงงๆว่า “มัน” ที่ว่านั้นหมายถึงใคร หรือจะเป็น “มันฝรั่งโปเตโต้” ที่วัยรุ่นชอบใช้แซวกันอะไรเทือกนั้นแต่ที่แน่ๆ วันนี้แม้ว่านายสมัครจะจากไปแล้ว แต่ความผูกพันกับการทำหน้าที่นักการเมือง กับการยืนหยัดปกป้องสถาบันโดยเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ทำให้นายสมัครได้รับคำมั่นมาโดยตลอดว่า จะช่วยดูแลให้เต็มที่ทั้งตัวนายสมัคร และครอบครัว โดย

เฉพาะอย่างยิ่งคุณหญิงสุรัตน์ ซึ่งนายสมัครเป็นห่วงอย่างที่สุดกรณีคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้แผนอุบาทว์บันใด 4 ขั้น ซึ่งนายสมัครกังวลมาตลอดว่าจะทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนนั้น ก็ได้รับคำยืนยันว่าจะช่วยดูแล และต่อสู้ให้อย่างเต็มที่ซึ่งเชื่อว่าคำสัญญาดังกล่าวอย่างน้อยคงช่วยให้นาย สมัครวางใจขึ้น และจากไปโดยสงบเพียงแต่ว่า การทำลายล้างทางการเมือง เมื่อไหร่จะสงบเสียทีนั้น คงต้องจับตาดูกันต่อไป

About khonsuan

ได้ปริญญารามคำแหง 1 ใบ ธรรมศาสตร์ 2 ใบ มสธ 2 ใบ ทำงานมา 20 กว่าปี ในกรุงเทพ เบื่อเลยไปทำสวนทำมา 10 กว่าปี ไปๆกลับๆกรุงเทพ-เชียงใหม่เป็นว่าเล่น เลยเห็นอะไรๆที่ไม่เข้าท่าของคนบางคนที่ไปทำไว้เยอะ
This entry was posted in บทความ. Bookmark the permalink.