Khonsuan’s Weblog
คิดแบบ(คน)สวน
Skip to content
หน้าแรก
←
แฉ!สันดาน’ทักษิณ’จอมทรยศ-หักหลัง-เนรคุณ’ลุงหมัก’ป่วยไม่เคยโทร-เยี่ยม
พลังประชาชนวุ่น “ทักษิณ”ปรามแก๊งออฟโฟร์ป่วนพรรค
→
เผยสมัครพ้อแม้วหักหลัง ซ้ำป่วยหนักไม่เคยเหลียวแล
Posted on
พฤษภาคม 24, 2011
by
khonsuan
คนใกล้ชิดเผย “สมัคร” เปรยคนแดนไกลใจดำ ไม่เคยสนใจไยดียามป่วย บ่นเจ็บปวดที่สุดเพราะถูกหักหลัง จนเลิกสนใจข่าวการเมือง ก่อนสิ้นลมบอกเป็นห่วงพระเจ้าอยู่หัว ด้าน “นักวิชาการ” ไม่แปลกใจ “สันดานแม้ว” หักหลังทุกคนเมื่อไร้ประโยชน์ ชี้หากไม่หลอกสมัคร อาการป่วยคงไม่ทรุดหนัก รุมซัดกุ๊ยเสื้อแดงป่วนงานศพไร้มารยาทไม่มีความละอายใจ ย้อนถามเคยรู้ไหมนายใหญ่ตัวเองหักหลังสมัครจนล้มป่วย อ.ปรีชา ซัดทำตัวได้ถ่อยที่สุด
ย้อนไปถึงพฤติกรรมคนเสื้อแดงตะโกนโห่ไล่ฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่าง ป่าเถื่อน ทั้งยกตีนตบ ระหว่างการทำพิธีรดนำศพ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ภายในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนรับไม่ได้กับการไร้กาลเทศะของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งที่จริงแล้วควรต้องสำรวมให้เกียรติครอบครัวนายสมัคร ซึ่งยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของอดีตนายกรัฐมนตรี
และถือเป็นการแสดงออกที่ไม่เคารพต่อนายสมัคร ผู้มีบุญคุณต่อพรรคพลังประชาชน ที่ขณะนั้นยังไม่ถูกยุบ ตัดสินใจยอมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนตามคำขอของ “คุณหญิงอ้อ” พจมาน ดามาพงษ์ เพื่อกู้สถานการณ์ของพรรค กระทั่งขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหลุดจากเก้าอี้อย่างง่ายๆ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการไปเป็นพิธีกรรายการ “ชิมไป บ่นไป”
แต่ตามกฎหมายไม่ได้ตัดโอกาส ในการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ประกอบกับนายสมัครได้รับการยืนยันอย่างดิบดีจากนักโทษชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงอ้อ ว่าจะให้การสนับสนุน
แต่ท้ายที่สุดนายสมัคร ชายวัย 73 ปี กลับถูกหักหลัง เก้าอี้นายกรัฐมนตรีกลับเป็นของน้องเขย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งแน่นอนกลุ่มแนวร่วมเสื้อแดงจำนวนมากคงไม่เคยล่วงรู้เรื่องนี้มาก่อน พอๆ กับการที่ถูกหลอกใช้ให้มาร่วมชุมนุม
ย้อนไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์มาหา นายเนวิน ชิดชอบ ว่า ขอให้แจ้งแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชาชนว่า ให้สนับสนุนนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นายเนวินจึงแจ้งแก่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน และให้ผู้ใหญ่ในพรรคไปขอร้องนายสมัครที่บ้านพักในหมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2551 ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พร้อมกับเสียงสนับสุนนของ ส.ส.พรรคพลังประชาชน
กระทั่งเช้าวันที่ 12 กันยายน 2551 นายสมัครไปถึงสภาแต่เช้า เพื่อรอเวลาประชุม กลับปรากฏแต่ ส.ส. พรรคพลังประชาชนกลุ่มเพื่อนเนวิน และพรรคประชาธิปัตย์มาประชุม ไม่มี ส.ส. พรรคพลังประชาชนฟาก พ.ต.ท.ทักษิณ เลย ทำให้องค์ประชุมไม่ครบเลือกนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ จนทำให้นายสมัครเสียความรู้สึก แสดงหน้าตาเคร่งเครียดแบบสุดเจ็บปวด (เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยบอกจะไม่ทิ้งกัน แต่กลับมาหักหลัง)
นับจากวันนั้นอีก 3 สัปดาห์นายสมัครได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ ต้องบินไปรักษาตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 ก่อนจะกลับมาพักฟื้นที่บ้าน เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ด้วยร่างกายที่ผอมลงและเส้นผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งสิ้นลมหายใจอย่างสงบเมื่อเช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งบรรดาแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและคนพรรคเพื่อไทย ต่างๆ มาร่วมรดน้ำศพนายสมัคร โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อสิ่งที่ได้รวมหัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำต่อนายสมัคร แค่คำว่าอโหสิกรรมคงยังไม่พอ คนที่รู้ดีที่สุดคือคนในครอบครัวนายสมัครและคนใกล้ชิด เท่านั้นที่รู้ถึงความเจ็บปวดภายในจิตใจของนายสมัครซึ่งเจ็บปวดยิ่งกว่า อาการโรคมะเร็งตับเสียอีก
เจ็บปวดแม้วหักหลัง
ขณะที่ นายชัยสิทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ อดีตผู้อำนวยการบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ คนใกล้ชิดนายสมัคร กล่าวถึง อาการนายสมัครก่อนจะเสียชีวิต ว่าภายหลังจากที่นายสมัครกลับมาจากการพักรักษาตัวที่สถาบันมะเร็งฮุสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น วิถีชีวิตของนายสมัครส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อย่างที่จะไปไหน ซึ่งวันๆ หนึ่งปกติก็จะดูทีวีตลอดเวลา แต่ไม่สนใจข่าวในแวดวงการเมืองเลย โดยครั้งหนึ่งตนเคยถามนายสมัครถึงเหตุผลที่ไม่สนใจข่าวการเมืองก็กล่าวแต่ เพียงว่ารู้สึกอย่างไรไม่รู้ ซึ่งเวลาที่ตนไปเยี่ยมก็จะพยายามไม่ชวนคุยเรื่องการเมือง เนื่องจากเห็นว่านายสมัครต้องการที่จะยุติบทบาททางการเมืองอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่ผ่านมาได้ทำให้นายสมัครรู้สึกสาหัสมากพอสมควรและนายสมัครก็เคย พูดอะไรไว้หลายๆ อย่าง
โดยสิ่งหนึ่งที่นายสมัครเคยบ่นให้ตนได้ฟังขณะ ที่ล้มป่วยบ่อยๆ ว่า ไม่เคยมีโทรศัพท์มาถามถึงบ้างเลย ซึ่งทำให้ตนเชื่อว่าคงหมายถึงคนแดนไกล (พ.ต.ท.ทักษิณ ) หรือบางครั้งนายสมัครยังเคยพูดในทำนองที่ว่า ทำไมถึงทำกันอย่างนี้ โดยตนรู้สึกว่าสิ่งที่นายสมัครบ่นอยู่บ่อยครั้งนั้น คงทำให้สึกว่าเหมือนถูกหักหลัง เพราะขณะที่นายสมัครป่วย โดยมีตนไปเฝ้าไข้นั้น ยังไม่เคยเห็นของเยี่ยมหรือตัวแทนจากพ.ต.ท.ทักษิณ และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากพ.ต.ท.ทักษิณเลย
“ขนาดเวลาป่วยเขายังไม่สนใจ ไม่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเลย ทำเหมือนคนไม่รู้จัก ตัดญาติขาดมิตรกัน จะใจจืดใจดำไปหน่อยไหม และในช่วงที่ท่านสมัครรู้สึกว่า ตัวเองจะไม่ไหวแล้วนั้นสิ่งที่กล่าวอยู่เสมอและมีความรู้สึกเป็นห่วงนั้น เป็นเรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รู้สึกเทิดทูน เพราะเครือญาติของท่านอยู่ในวังมาทั้งนั้น ตั้งแต่ คุณตา คุณลุง คุณพ่อ และตัวท่านเอง เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าเป็นชีวิตชาววังก็คงไม่ผิด และเวลาที่เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะคอยถวายคำปรึกษาเวลาที่ พระองค์ทรงถามเสมอ
แม้วหักหลังได้ทุกคน
ด้าน ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ก่อนอื่นตนก็อยากจะขออโหสิกรรม ต่อนายสมัคร ในทุกๆ เรื่องที่ตนเคยล่วงเกิน ส่วนการที่อาการของนายสมัคร ทรุดลงอย่างรวดเร็ววันนั้น อาจเป็นได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการตรอมใจที่โดนคนตลบหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในวงการเมืองไทยที่ต้องสูญเสียนักการเมืองผู้ ที่ซื่อสัตย์สุจริต ฝีปากกล้า พูดตรงไปตรงมา สามารถเป็นแบบอย่างให้กับนักการเมืองคนรุ่นหลังได้
ส่วนเหตุการณ์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มอบให้คุณหญิงพจมาน ไปมอบช่อดอกไม้และระบุว่ายังสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย นั้นเหมือนกับเป็นการให้ความหวังคนแก่ ซึ่งตนมองว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุตั้งแต่ต้นว่าจะไม่สนับสนุนให้เป็น นายกฯ นายสมัครพอจะยอมรับและทำใจได้ คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถหักหลังได้กับทุกคนที่ไม่สามารถทำประโยชน์หรือนำผลประโยชน์มาให้กับ ตัวเอง
“อย่างที่บอกคนอย่างทักษิณ หักหลังได้กับทุกคนที่ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับตัวเองได้ การที่คุณสมัครบ่นน้อยใจก็น่าจะน้อยใจอยู่หรอก เพราะท่านอุตส่าห์หันกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งก็เพราะไว้ใจคุณทักษิณ แต่ก็ต้องโดนหักหลัง อาการป่วยจึงทรุดและถึงแก่อนิจกรรมทุกวันนี้”
ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่านายสมัครมีความตั้งใจดีที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะไม่มีประวัติเลวร้าย ในเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น แม้หลายครั้งเคยบ่นถึงการตั้งรัฐมนตรี ว่าทำได้ดีที่สุดเท่านี้แหละ รู้ว่าไม่สวย ขี้เหร่ แต่ก็ทำตามใจไม่ได้
ที่ผ่านมา คนรอบกาย พ.ต.ท.ทักษิณ หาคนดียาก ล้วนแต่ประจบสอพลอ คิดหาแต่ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ทำงานยาก ตรงนี้อาจเป็นความซวยของนายสมัคร ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่จะชื่นมื่น กลับกลายเป็นทุกขลาภก้อนโต รับโอนมรดกระบบความเลวมาทั้งหมด
อัดเสื้อแดงไร้มารยาท
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกประจำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงตะโกนโห่ไล่ฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มคนเสื้อแดงระหว่างการทำ พิธีรดนำศพนายสมัคร ว่าสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนแน่นอน ณ เวลานี้ เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนที่สมัยที่ตนได้ร่วมกันต่อต้านการรัฐประหารกับ กลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อตอนนั้นรู้ว่าสิ่งใดควรกระทำ สิ่งไหนไม่ควรกระทำ สิ่งใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม และมีสำนึกไตร่สิ่งผิดสิ่งถูกมากกว่ามวลชนเสื้อแดงในปัจจุบันมาก
ที่ตนจำเป็นต้องกล่าวเช่นนี้ เพราะสิ่งที่ตนได้ไปประสบพบเจอ ถึงพฤติกรรมของคนเสื้อแดงที่ไปร่วมเคารพศพของนายสมัคร นั้นได้แสดงให้ถึงความไร้มารยาท จุดประสงค์ของผู้ที่มาร่วมพิธีศพนั้นก็เพื่อมารำลึกและร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ ที่จากไป ซึ่งไม่เกี่ยวว่าผู้นั้นจะเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีหรือประชาชนคนธรรมดา สำหรับผู้ที่มาร่วมงานต้องมีความสำรวม สงบ ที่สำคัญถึงแม้จะเป็นศัตรูกันก็ต้องไม่ขุ่นข้องหมองใจกันในงานพิธีเพื่อเป็น การให้เกียรติกับสถานที่และเจ้าภาพของงาน และนั่นคือความสำคัญและเจตนาที่แท้จริงของงานศพ
บอกได้อย่างเดียวว่าถ่อยที่สุด
ดร.ปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่วว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงมีการโหไล่นักการเมืองในงานศพนายสมัคร ทุกคนก็ตอบได้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรอย่างยิ่ง ซึ่งการกระทำอย่างนั้นบอกได้อย่างเดียวว่าถ่อยที่สุด เพราะแขกที่ไปร่วมงานก็มีแต่ระดับผู้ใหญ่ อีกทั้งอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานพระพิธีสวดพระอภิธรรม 7 คืน ทั้งนี้การที่นักการเมืองทุกคนเดินทางไปร่วมงานศพนั้นเพราะต้องการไปขอ อโหสิกรรม ต้องการไปเคารพศพ ไม่ว่าคนชอบหรือไม่ชอบในเมื่อนายสมัครได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ทุกคนก็อยากไปร่วมงาน อยากไปขออโหสิกรรม
“ดูจากทีวี พฤติกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ควรเกิดขึ้น เพราะงานศพของนายสมัคร 7 วัน อยู่ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อย่างวันที่เสื้อแดงป่วนก็เป็นวันที่พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”
Like this:
Like
Be the first to like this post.
About khonsuan
ได้ปริญญารามคำแหง 1 ใบ ธรรมศาสตร์ 2 ใบ มสธ 2 ใบ ทำงานมา 20 กว่าปี ในกรุงเทพ เบื่อเลยไปทำสวนทำมา 10 กว่าปี ไปๆกลับๆกรุงเทพ-เชียงใหม่เป็นว่าเล่น เลยเห็นอะไรๆที่ไม่เข้าท่าของคนบางคนที่ไปทำไว้เยอะ
ดูบทความทั้งหมดโดย khonsuan
→
This entry was posted in
บทความ
. Bookmark the
permalink
.
←
แฉ!สันดาน’ทักษิณ’จอมทรยศ-หักหลัง-เนรคุณ’ลุงหมัก’ป่วยไม่เคยโทร-เยี่ยม
พลังประชาชนวุ่น “ทักษิณ”ปรามแก๊งออฟโฟร์ป่วนพรรค
→
ค้นหาสำหรับ:
คลังเก็บ
พฤษภาคม 2011
เมษายน 2009
มีนาคม 2009
กุมภาพันธ์ 2009
มกราคม 2009
ธันวาคม 2008
พฤศจิกายน 2008
ตุลาคม 2008
มิถุนายน 2008
Meta
ลงทะเบียน
เข้าสู่ระบบ
Follow
Follow “Khonsuan's Weblog”
Get every new post delivered to your Inbox.
Powered by WordPress.com